●ความสูง: 6 นิ้ว ถึง 4 ฟุต ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

●แสงแดด: ไฟสว่างภายในอาคาร หรือแดดรำไรภายนอกอาคาร 

●บริเวณเพาะปลูกที่แนะนำโดยกระทรวงเกษตรฯ: นิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้าน

●ถิ่นกำเนิด: เอเชีย ออสเตรเลีย หมู่เกาะแปซิฟิค 

 

กล้วยไม้บราสซาโวลากล้วยไม้บราสซาโลวา (Brassavola) มีดอกกล้วยไม้สีขาว หรือสีเขียวอ่อน กลีบดอกแคบ ส่งกลิ่นหอมตอนกลางคืน ดอกกล้วยไม้สีขาวจะพึ่งพามอดในการผสมเกสร กล้วยไม้ในตระกูลบราสซาโลวาแบ่งออกเป็นกว่า 20 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่ปลูกง่ายที่สุด และเหมาะสำหรับมือใหม่คือ โนโดซา (Nodosa) 

 

●ความสูง: ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

●แสงแดด: ไฟสว่างภายในอาคาร หรือในที่ร่มซึ่งมีแดดจัดภายนอกอาคาร 

●บริเวณเพาะปลูกที่แนะนำโดยกระทรวงเกษตรฯ: นิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้าน

●ถิ่นกำเนิด: อเมริกากลาง อเมริกาใต้ หมู่เกาะอินเดียตะวันตก 

 

กล้วยไม้ซิมบิเดียมดอกกล้วยไม้ซิมบิเดียม (Cymbidium) เป็นที่รู้จักในอีกชื่อว่า กล้วยไม้เรือ มีขนาดเล็กกว่าสายพันธุ์อื่นเล็กน้อย ดอกกล้วยไม้มีลักษณะชี้แหลมและสวยงาม สำหรับมือใหม่ ควรเลือกปลูกสายพันธุ์ 'ชิคา (Chica)' สีเขียวสด , สายพันธุ์ 'โชว์ออฟ (Showoff)' สีเหลือง-แดง หรือ สายพันธุ์ 'แฟร (Frae)' สีชมพูสด 

 

 

●ความสูง: 1 ถึง 4 ฟุต

●แสงแดด: แสงรำไรภายในอาคาร หรือในร่มเงาใต้แดดจัดภายนอกอาคาร

●บริเวณเพาะปลูกที่แนะนำโดยกระทรวงเกษตรฯ: นิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้าน

●ถิ่นกำเนิด: อากาศร้อนชื้น หรือกึ่งร้อนชื้น ในเอเชียและออสเตรเลีย'

 

กล้วยไม้แวนด้าสกุลแวนด้า (Vanda) ประกอบไปด้วยกล้วยไม้กว่า 80 สายพันธุ์ โดดเด่นด้วยดอกกล้วยไม้สีสวยเตะตา กลิ่นหอม และสดนาน มักปลูกในกระเช้าแยกเฉพาะ ไม่เช่นนั้นอาจต้องใช้กระบะขนาดใหญ่สำหรับปลูกกล้วยไม้พันธุ์นี้ การปลูกกล้วยไม้แวนด้าให้เติบโตดี ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดอ่อน มีแดดดี และความชื้นสูง

 

 

 

●ความสูง: 3 นิ้ว ถึง 3 ฟุต ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

●แสงแดด: ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

●บริเวณเพาะปลูกที่แนะนำโดยกระทรวงเกษตรฯ: นิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้าน

●ถิ่นกำเนิด: เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนิวกินี

 

กล้วยไม้ม็อคคาร่า ม็อคคาร่า (Mokara) คือสกุลกล้วยไม้ที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยผสมระหว่างกล้วยไม้สกุลแอสโคเซนทรัม (Ascocentrum) สกุลแมลงปอ (Arachnis) และสกุลแวนด้า เป็นกล้วยไม้ที่ทนทานและดูแลง่าย จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มปลูก

 

 

 

 

●ความสูง: ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

●แสงแดด: แสงรำไรภายในอาคาร หรือในร่มเงาใต้แดดจัดภายนอกอาคาร

●บริเวณเพาะปลูกที่แนะนำโดยกระทรวงเกษตรฯ: นิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้าน

●ถิ่นกำเนิด: อากาศร้อนชื้น หรือกึ่งร้อนชื้น ในเอเชีย

 

เคล็ดลับการปลูก: แม้จะถูกจัดให้เป็นพรรณไม้ที่ปลูกใน “แดดรำไร” ตามธรรมชาติ แต่เราสามารถปลูกกล้วยไม้ในอาคารได้เช่นกัน โดยวางเอาไว้ในบริเวณที่แดดธรรมชาติส่องถึง หรือจะใช้แสงไฟเทียมช่วยก็ได้ สำหรับการปลูกภายนอกอาคาร ให้วางกระเช้าหรือกระถางไว้ใต้ร่มเงาในบริเวณที่แดดดี

 

ที่มา
https://www.orchidflowerhq.com/mokaracare.php
https://www.thespruce.com/orchid-identification-1315976
https://thinglishlifestyle.com/thinglish-lifestyle/home-garden/types-orchids-thailand
https://theculturetrip.com/asia/thailand/articles/11-beautiful-flowers-and-plants-native-to-thailand

 

 14-neoorchid_com-MTTA-Phanchita 

 

 

 

ดอกกล้วยไม้ 5 สายพันธุ์ที่พบบ่อยในไทย

กล้วยไม้ในประเทศไทยมีกว่า 1,000 สายพันธุ์ และประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกกล้วยไม้แนวหน้า สำหรับใครที่อยากดื่มด่ำไปกับกล้วยไม้หลากสีและขนาด เราแนะนำให้แวะไปเยี่ยมชมฟาร์มกล้วยไม้ เพื่อยลโฉมกล้วยไม้สกุลเดนโดรเบียม บราสซาโวลา ซิมบิเดียม แวนด้า และม็อคคารา ซึ่งล้วนเป็นสายพันธุ์ยอดนิยมในไทย

 

กล้วยไม้เดนโดรเบียม

กล้วยไม้เดนโดรเบียม (Dendrobium) จะออกดอกจำนวนมากเป็นช่อที่บริเวณยอด แม้จะมีสายพันธุ์ย่อยอีกมากมายกว่า 1,000 ชนิด แต่ก็แยกประเภทได้ง่าย เดนโดรเบียมประเภทที่พบบ่อยในท้องตลาด มักมีดอกกล้วยไม้สีขาว เหลือง หรือม่วง

นีโอฟาร์ม ฟาร์มกล้วยไม้ ราชบุรี